เทคนิคการพูดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ( Speech Contest)
นำเข้าเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2556 โดย Administrator
อ่าน [3071]  แชร์ไปที่ Facebook

เทคนิคการพูดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ( Speech Contest) .....

เทคนิคการพูดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ( Speech Contest)
Speech Contest มี 2 ประเภท
1. Speech Contest คือ การแข่งขันที่นักเรียนรู้หัวข้อและสามารถเตรียมบทพูดก่อนได้ ดังนั้น การเตรียมพร้อม และ ซ้อม ซ้อม ซ้อม จึงเป็นส่วนที่จะสามารถทำให้นักเรียนได้คะแนนมากหรือน้อย เตรียมเนื้อหาตามกรอบหัวข้อที่กรรมการกำหนด และซ้อม เน้นเรื่อง การออกเสียง ( Pronunciation ) , บุคลิกภาพ ( Characteristic) และ เนื้อเรื่องที่พูด ( Content)
2. Impromptu speech contest คือ การแข่งขันที่นักเรียนไม่ทราบหัวข้อเรื่อง จับสลากหัวข้อเรื่องและให้คิดก่อน 5 นาทีแล้วพูด ดังนั้นนักเรียนจะต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ ทักษะการเขียนเรียงความ และทักษะการพูดอยู่ในระดับดีมาก
ก่อนพูด (Pre-Speech)
1. ให้เตรียมเนื้อหาให้พร้อม คิดว่า หัวข้อเรื่องธรรมดา เช่น Myself จะไม่ธรรมดาได้อย่างไร อยู่ที่วิธีการนำเสนอ ว่าเราจะพูดถึงตัวเราในแง่มุมไหน เช่น การพูดถึงสิ่งที่เราเคยทำ เช่น ดิฉันเคยแข่งครอสเวิร์ดครั้งแรก แพ้อย่างราบคาบ แต่หลังจากนั้นดิฉันก็ซ้อมๆๆๆๆ ทำให้ปีที่สองที่ไปแข่ง ได้เป็นแชมป์ มันน่าเหลือเชื่อมาก ทำให้ดิฉันได้ข้อคิดว่า...การทุ่มเทและใส่ใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น ไม่เคยเสียเปล่า
2. เตรียมเนื้อหา ให้มีลำดับขั้นตอนที่ต่อเนื่องและสามารถจดจำได้ เช่น พูดเกี่ยวกับตนเอง ตามด้วยครอบครัว โรงเรียน ครู วิชาที่เรียน เพื่อน เหตุการณ์ที่ประทับใจ ตามลำดับ
3. เนื้อหาที่เตรียมควรมีการตรวจสอบความถูกต้อง เรื่อง Tense ต่างๆ ที่จะใช้พูด หากไม่แน่ใจควรให้ครูสอนภาษาอังกฤษท่านอื่นตรวจสอบหรือเจ้าของภาษาช่วยตรวจสอบ เพราะนักเรียนจะต้องท่องจำบทนั้นไปตลอด
4. การสร้างสรรค์เนื้อเรื่อง ควรเป็นเรื่องที่คิดว่ากรรมการอาจไม่เคยได้ยิน ฟังดูน่าสนใจ แต่อยู่ในหัวเรื่องนั้นๆจะทำให้ได้คะแนนแบบชนะใจกรรมการได้ง่ายดาย
5. ศึกษาการพูดสุนทรพจน์จากใน Youtube มีตัวอย่างที่ดีให้ดูมากมาย อีกทั้งบทพูดที่สามารถปรับให้เป็นของเราได้ และนักเรียนจะสามารถเลียนแบบพฤติกรรมจากวีดีโอดังกล่าว
6. ครูต้องพูดให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่าง ทั้งการออกเสียง สำเนียง และ บุคลิกภาพ นักเรียนส่วนใหญ่จะได้แบบอย่างมาจากครู ดังนั้นครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีนะคะ เราคาดหวังนักเรียนอย่างไร เราต้องสามารถทำอย่างนั้นได้ก่อนนักเรียน
7. ซ้อม ซ้อม ซ้อม ทั้งต่อหน้ากระจก , เพื่อน ,ครู และที่หน้าเสาธงจริงๆ การฝึกพูดบ่อยๆจะทำให้เราไม่รู้สึกประหม่า และสั่นกลัว การขึ้นเวทีบ่อยๆ ทำให้เราเกิดความมั่นใจ ( Confident)
8. พูดกับตัวเองว่า “เราทำได้” I can do it. เพื่อย้ำความมั่นใจก่อนเจอสนามจริง
9. ครูควรให้กำลังใจและไม่กดดันนักเรียนด้วยนะคะ...สิ่งนี้สำคัญเพราะเด็กส่วนใหญ่มักจะเกรงใจครู และกดดันตัวเอง กลัวครูผิดหวังในตัวเอง
ระหว่างพูด ( While-Speech)
1. ก่อนพูดจริง 5 นาที ให้อยู่ในอาการสงบ สร้างกำลังใจให้กับตนเอง และย้ำความมั่นใจว่าเราต้องทำได้2. การพูดสุนทรพจน์ เป็นการพูดต่อหน้าประชุมชน จังหวะการพูดต้องไม่เร็วหรือช้าเกินไป หลายคนมักคิดว่า คนที่พูดภาษาอังกฤษได้เร็วหมายถึงการพูดได้เก่ง จริงๆแล้ว ไม่ใช่เลย การพูดในที่ประชุมชน หรือกล่าวสุนทรพจน์ เราต้องการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นที่น่าสนใจ ยิ่งต้องพูดให้ดึงดูดความสนใจให้มากที่สุด การพูดเร็ว อาจทำให้คนฟัง ฟังไม่ทัน และอาจพลาดประเด็นที่เราต้องการสื่อสารไปได้ และทำให้ผู้พูดที่ท่องบทมานั้น ลืมได้ง่าย นึกบทที่จะพูดต่อไปไม่ทัน การพูดชะงัก เสียคะแนนมาก การพูดที่มีจังหวะที่ดี คือการพูดตามความของประโยค หรือคำสันธานที่เชื่อมประโยคไว้ จะทำให้ผู้พูดหายใจได้ตามจังหวะธรรมชาติ ลดอาการตื่นเต้นได้มาก การพูดช้าทำให้ไม่น่าสนใจ และสามารถหาข้อผิดพลาดได้ง่าย3.
4. การพูดคำศัพท์ภาษาไทย เช่น กรุงเทพมหานคร ควรพูดด้วยสำเนียงไทย ให้ถูกต้อง ไม่ต้องพูดตามสำเนียงภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักภาษา4. คนไทยส่วนใหญ่มักคิดว่า ภาษาอังกฤษคือภาษาที่มีการออกเสียง /s/ และ /sh/ คือ เสียง /ส/ และ /ช/ เยอะๆ เช่น กูดส์ มอร์นิ่ง ( Good Morning) พยายามให้ออกเสียงตามตัวสะกดนั้นๆนะคะ
5. การออกเสียงท้าย เช่น /t/ /s/ /st/ /d/ ฯลฯ พยายามฝึกให้ออกเสียงท้ายให้ชัดเจน แต่ถ้าทำให้การพูดไม่ลื่นไหลให้เน้นคำสำคัญก็พอจะรับฟังได้ค่ะ
6. ระหว่างที่นักเรียนพูดนั้น ควรนึกถึงประโยคที่จะพูดต่อไปก่อนพูดจริงหนึ่งประโยค เพื่อกันลืม และออกเสียงได้ถูกต้อง7.
7.ระหว่างนักเรียนพูด ครูที่ฝึกซ้อมอย่าแสดงสีหน้า อาการไม่พอใจที่นักเรียนพูดผิด เพราะจะทำให้นักเรียนเสียขวัญ กำลังใจ พาลให้การพูดแย่ลงไปด้วย หากคิดว่าตนเองจะกดดันนักเรียน อาจจะหลบไปอยู่มุมที่นักเรียนเรามองไม่เห็นก็ได้นะคะ8.
8. ระหว่างที่ผู้เข้ารับการแข่งขันพูด ผู้ฟังไม่ควรถ่ายรูป หรือแสดงอาการที่จะทำให้ผู้พูดชะงัก เช่น ส่งสัญญาณ ด้วยมือ หรือ ส่ายหน้า อันเป็นการรบกวนสมาธินักเรียน9.
9.การสบตา ( Eye Contact ) ควรสบตาผู้ฟัง แต่หากคิดว่า สบตาแล้วจะทำให้ตื่นเต้น กดดันและลืมบท สามารถกวาดสายตาไปทั่วๆ เพื่อให้มองเห็นว่าผู้พูดต้องการสื่อสารให้กับผู้ฟังที่นั่งฟังอยู่
10. การยิ้มระหว่างที่พูดแสดงถึงความสดใส ในตัวผู้พูด ลดภาวะตึงเครียดให้กับผู้พูดและยังสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟัง และกรรมการ สามารถเพิ่มคะแนนให้กับตนเองได้ดีมาก11.
11. การพูดในรูปแบบของตนเอง คือ เป็นตัวของตนเอง การผายมือ การใช้อวัจนภาษา ให้เป็นไปตามธรรมชาติของแต่ละบุคคล เมื่อเป็นธรรมชาติของผู้พูด ผู้พูดจะสามารถพูดได้ดี ไม่ต้องพะวงเรื่อง มือ ส่งผลให้การพูดดูดี12.
12. มีบุคลิกภาพที่สดใส ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่า ผู้พูดคนนี้มีพลังในอยู่ตัว เมื่อพูดแต่ละประโยคช่างน่าฟัง สดใส ฉลาด น่ารัก
13. การจับไมค์ มี 2 แบบ - แบบใช้ขาไมค์ ผู้พูดสามารถใช้มือได้ทั้งสองมือ- มือ 1 ข้างถือไมค์ ดังนั้นจะเหลือมืออีกหนึ่งข้าง ต้องมีการฝึกซ้อมการใช้มือให้เป็นธรรมชาตินะคะ
14. เมื่อพูดจบ ควรกล่าวขอบคุณสั้นๆ ง่ายๆ กะทัดรัด เพื่อให้ดูลื่นไหลในตอนจบ เช่น Thank you for your attention.
หลังพูด ( Post-Speech)
1. การแข่งขันจบลงแล้ว นักเรียนไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น คิดว่าเราทำดีที่สุดแล้ว
2. เมื่อเจอคู่แข่งที่เก่งกว่าให้เรียนรู้เทคนิคการพูดที่ดี และนำไปปรับปรุง3.
3.เมื่อเจอคู่แข่งที่อ่อนกว่า ให้เรียนรู้สิ่งที่ไม่ควรทำ และเราจะไม่ทำ เป็นตัวอย่างบทเรียนการพูดของเรานะคะ4.
4. ครูควรให้กำลังใจนักเรียน และเรียนรู้เทคนิคจากคู่แข่งไปพร้อมกับนักเรียนและเตรียมวางแผนสำหรับการแข่งขันต่อไป
5. อย่าลืมแสดงความยินดีกับผู้ชนะ และกล่าวให้กำลังใจผู้แพ้ นะคะ สิ่งนี้เป็น Spirit น้ำใจนักกีฬาที่จะช่วยสร้างเครือข่ายภาษาอังกฤษของเราค่ะ

ผู้เขียนคิดว่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเหล่านี้จะช่วยให้ทั้งครูและนักเรียนได้มองเห็นภาพ สามารถนำไปพัฒนาทักษะการพูดของนักเรียนได้มากยิ่งขึ้นค่ะ ขอส่งกำลังใจให้ทั้งคุณครูและนักเรียนในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษค่ะ

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty@windowslive.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้